ผู้นำฝ่ายค้านถูก โสภณ ท้าทายในประเด็นการใช้คำพูดดิสเครดิสเพื่อตัดสินความผิด ผู้พูดระบุว่าหากฝ่ายค้านเห็นว่ามีความผิดก็ควรเรียกร้องตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่ใช้คำพูดเพื่อทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ผู้พูดยังชี้ว่าการใช้คำพูดดิสเครดิสเป็นการสร้างความขัดแย้งโดยไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน
การท้าทายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายค้านมีการกล่าวหา โสภณ ว่ามีการใช้คำพูดที่ไม่เป็นธรรมเพื่อทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ผู้พูดในข่าวชี้ว่าการกล่าวหาดังกล่าวไม่ได้รับการพิสูจน์ และควรใช้กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้คำพูดเพื่อทำให้เกิดความขัดแย้ง
ในอดีต โสภณ ได้เคยมีการโต้แย้งกับฝ่ายค้านในประเด็นการใช้คำพูดที่มีส่วนต่อการเมือง ซึ่งฝ่ายค้านเคยตอบโต้ด้วยการกล่าวหาว่ามีการใช้คำพูดที่ไม่เป็นธรรม แต่ในครั้งนี้ โสภณ ได้เปลี่ยนไปใช้การท้าทายโดยตรงเพื่อให้ฝ่ายค้านแสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหาที่มีอยู่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางการโต้แย้งในวงการการเมืองอย่างชัดเจน
















