อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกนโยบายภาษีเฉพาะทาง (Earmarked Tax) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้ภาษีเพื่อสนับสนุนโครงการสุขภาพต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการยกเลิกนโยบายดังกล่าวอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ภาษีเฉพาะทางนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดสรรเงินสนับสนุนให้กับโครงการสุขภาพที่สำคัญ เช่น การป้องกันโรคเรื้อรัง การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน และการให้บริการสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งเงินทุนหลักในหลายโครงการที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

อาจารย์เศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การยกเลิกภาษีเฉพาะทางอาจทำให้การจัดสรรเงินสนับสนุนสุขภาพไม่เพียงพอ และอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวควรพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

การยกเลิกภาษีเฉพาะทางเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการเงินการคลังที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ภาษีและลดการจัดสรรเงินทุนที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อความมั่นคงของโครงการสุขภาพในระยะยาวอย่างไร